| กลุ่มบริหารทั่วไป |
|
|
|
| สทศ |
|
ส.ท.ศ.กับการสอบ O-NET
ตอนที่ 1 สทศ. คือใคร ทำอะไร ทำไปทำไม
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(องค์กรมหาชน) คือใคร ทำอะไร เพื่อใคร
· คือใคร คำตอบ คือ องค์กรมหาชนที่ได้รับงบประมาณเพื่อมาทำงานตามที่ ระบุไว้ในทางราชกฤษฎีกาจัดตั้ง
· ทำอะไร คำตอบ คือ งานหลัก คือ ผลิตข้อสอบที่เชื่อถือได้ แล้วจัดสอบให้โปร่งใส
· เพื่ออะไร คำตอบ คือ เพื่อให้โรงเรียน ต้นสังกัด รัฐมนตรีได้ข้อมูลไปปรับปรุงคุณภาพการศึกษาของประเทศ
· สทศ. สอบ Net อะไรบ้าง ซึ่งได้แก่
§ O-Net ป.6 ม.3 และ ม.6
§ V-Net อาชีวศึกษา
§ N-Net การศึกษานอกโรงเรียน
§ I-Net อิสลามศึกษา
· นอกจากนี้ สทศ.ทำอะไรนอกเหนือจากสอบ Net
§ สทศ. ให้บริการสอบ GAT/PAT กับผู้สนใจจะเข้าศึกษาในระบบ Admissions กลาง
§ จัดสอบวัดความสามารถครู เรื่องการวัด-ประเมินผลนักเรียน
§ วางระบบติดตามคุณภาพบัณฑิต
· ทำไมต้องมีการสอบ Net คำตอบ คือ เพราะการจัดการศึกษาของประเทศชาติมี 6 หน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงกลาโหม กระทรวงสาธารณสุข และสำนักนายกรัฐมนตรี จึงต้องมีหน่วยงานกลางที่จัดสอบให้
· สอบอย่างไร คำตอบ คือ สทศ. ประสานงานกับศูนย์สอบ จัดให้นักเรียนสอบ ในเดือนกุมภาพันธ์พร้อมกันทั่วประเทศ ตรวจให้คะแนนและประกาศผลประมาณเดือนมีนาคม ทุกปี
· สทศ. ออกข้อสอบอย่างไร
§ ทำผังการออกข้อสอบ ระบุจำนวนมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2544 และระบุจำนวนข้อ
§ ออกข้อสอบตามผังการออกข้อสอบ
§ กลั่นกรองให้ได้ข้อสอบที่ดี
§ พิมพ์ต้นฉบับ
· ประกาศผลสอบ O-Net เมื่อไร คำตอบ กลางเดือนมีนาคม เพื่อโรงเรียนจะได้นำคะแนนไปใส่ใน ปพ.1
ตอนที่ 2 ข้อสอบของ สทศ.
ข้อสอบของ สทศ. ซึ่งข้อสอบของ สทศ. เป็นการคิดวิเคราะห์ เพราะ
· สังคมต้องการเด็กไทยที่คิดวิเคราะห์ได้
· หลักสูตรเน้นที่การคิดวิเคราะห์
· ใน ปพ.1 (Transcript หรือ สมุดพก) โรงเรียนต้องประเมินผลการอ่าน คิดวิเคราะห์และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เขียนได้ 3 ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี และผ่านเกณฑ์การประเมิน
ตารางข้อสอบของ สทศ.
1. ตารางที่ 1 จำนวนข้อสอบ O-Net 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ และนำเสนอผังการออกข้อสอบ รายกลุ่มสาระการเรียนรู้
2. Test Blueprint
o กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
o กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา
o กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ
o กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
o กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
o กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา
o กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
o กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี
3. กล่าวถึง รูปแบบข้อสอบของ สทศ. มี 4 แบบ คือ
o แบบเลือกตอบ นักเรียน
§ เลือกตัวเลือกที่ถูกที่สุด 1 ตัว หรือ
§ เลือกตัวเลือกที่ถูกหลายตัว
o แบบเลือกหลายคำตอบจากหมวดคำตอบที่ให้ คำตอบที่เลือกต้องเชื่อมโยงกัน
o แบบระบายคำตอบที่เป็นค่าหรือตัวเลข
o แบบอ่านบทความแล้วเลือกคำตอบที่ต้องคิดวิเคราะห์เนื้อหาที่อ่าน ตัวอย่าง เช่น
§ แบบเลือกตอบ
§ เลือกตัวเลือกที่ถูกที่สุด 1 ตัว
§ เลือกตัวเลือกที่ถูกหลายตัว
§ แบบเลือกหลายคำตอบจากหมวดคำตอบที่ให้ คำตอบที่เลือกต้องเชื่อมโยงกัน
§ แบบระบายคำตอบที่เป็นค่าตัวเลข
§ แบบอ่านบทความแล้วเลือกคำตอบที่ต้องคิดวิเคราะห์เนื้อหาที่อ่าน
4. ข้อสอบฉบับสั้น ในปี พ.ศ. 2553 ของ สทศ. เปลี่ยนจำนวนและรูปแบบของข้อสอบ O-Net ป.6 และ ม.3 เป็นฉบับสั้น
o ข้อสอบฉบับสั้น คือ ข้อสอบที่สอบ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ 76 มาตรฐานการเรียนรู้ จำนวน 90-100 ข้อ แบ่งเป็น 2 ฉบับ สอบฉบับละ 1 ชั่วโมง 30 นาที คือ ฉบับที่ 1 ประกอบด้วย กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาฯ ภาษาอังกฤษ และคณิตศาสตร์ ฉบับที่ 2 ประกอบด้วย กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย วิทยาศาสตร์ สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี
o ฉบับสั้นใช้เฉพาะชั้นใดบ้าง ใช้เมื่อไร เพราะอะไร เฉพาะระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 จะเริ่มใช้สอบในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 และในปีต่อๆไปด้วย เหตุผลที่ สทศ.ใช้ O-Net ฉบับสั้น เพราะโรงเรียนไม่ได้นำผลสอบ O-Net ไปใช้อย่างคุ้มค่า
o ข้อสอบ O-Net ม.6 จะเป็นเหมือนเดิมไหม ข้อสอบ O-Net ของชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เป็นฉบับยาว เหมือนเดิมครอบคลุม 8 กลุ่มสาระการเรียน 76 มาตรฐานการเรียนรู้
o ข้อสอบ O-Net ฉบับสั้นวัดผลได้เหมือนฉบับยาวจริงหรือ คำตอบก็คือ จริง เพราะจากการนำข้อสอบและคะแนนที่สอบเมื่อ ปี พ.ศ. 2552 มาจัดแยกเป็นฉบับสั้น 2 ฉบับๆละ 76 ข้อ ตามมาตรฐานการเรียนรู้ และนำคะแนนของนักเรียน ป.6 ม.3 และ ม.6 จากข้อสอบดังกล่าว มาวิเคราะห์ สรุปได้ ดังนี้
o ผลการวิเคราะห์ข้อสอบ O-Net ฉบับสั้นและฉบับยาว
§ ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนสอบข้อสอบฉบับสั้น ฉบับ 1 และ 2 มีค่า .8 - .9
§ ค่าสหสัมพันธ์ระหว่างข้อสอบฉบับสั้นกับข้อสอบ ฉบับยาว (ทั้งหมด) มีค่า .8 - .9
§ ค่าความเที่ยงของข้อสอบฉบับสั้น มีค่า .5 - .8
§ ค่าความคลาดเคลื่อนจากการวัด มีค่า 1.3 4 สรุปว่า การคาดเคลื่อนยิ่งน้อยยิ่งดี
o สอบ O - Net ฉบับสั้น นักเรียนจะได้อะไร
§ นักเรียนได้รับรายงานผลสอบแยกกลุ่มสาระ
o สอบ O Net ฉบับสั้น โรงเรียนจะได้อะไร
§ โรงเรียนจะได้รายงานผลการสอบของนักเรียนของตน โดยแยกคะแนนเป็นกลุ่มสาระ รายสาระ รายมาตรฐานการเรียนรู้ เปรียบเทียบกับค่าสถิติระดับสังกัด และประเทศ เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงการเรียนการสอนของตนต่อไป
o สอบ O - Net ฉบับสั้น ประเทศจะได้อะไร
§ ประเทศจะได้ค่าสถิติที่สะท้อนความรู้ของนักเรียน เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรการศึกษาของประเทศต่อไป
§ ลดงบประมาณรายจ่ายของประเทศ
o ข้อสอบ O Net ฉบับสั้น เริ่มใช้เมื่อไร
§ เริ่มใช้สอบจริง ในเดือนกุมภาพันธ์ 2554 (ปีการศึกษา 2553) จัดสอบในช่วงชั้นที่ 2 และ 3 ( ป.6 และ ม.3) ข้อสอบมีช่วงชั้นละ 2 ชุดวิชา แต่ละชุดวิชามีข้อสอบ 2 ชุด คือ ชุด A และชุด B ซึ่งทั้งสองชุดเป็นข้อสอบคู่ขนานกัน (นักเรียน 1 คน สอบ 1 ชุด)
§ ตารางสอบ O Net ป.6 สอบวันอังคารที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554
§ ตารางสอบ O Net ม.3 สอบวันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ 2554
§ ตารางสอบ O Net ม.6 สอบวันเสาร์ที่ 19 20 กุมภาพันธ์ 2554
ตอนที่ 3 คะแนน O Net ชี้อะไร ทำอย่างไรคะแนนจึงจะสูงขึ้น
คะแนน O Net ชี้อะไร ทำอย่างไรคะแนนจึงจะสูงขึ้น ชี้ว่าโรงเรียนแต่ละโรง นักเรียนของตนมีความรู้และความคิดใดที่สูง และต่ำ นำเสนอผลวิเคราะห์คะแนนสอบให้กับทุกโรงเรียน ดังนี้
1. ค่าสถิติพื้นฐาน ได้แก่ จำนวนผู้เข้าสอบ ค่าเฉลี่ย ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
2. ร้อยละของนักเรียนที่ได้คะแนนในช่วงคะแนนต่างๆ กัน
3. ค่าสถิติแยกตามสาระการเรียนรู้และมาตรฐานการเรียนรู้
4. ร้อยละของผู้ที่ตอบถูกรายข้อ รายวิชาของโรงเรียนเทียบกับประเทศ จังหวัด และสังกัด
5. คะแนนที่สูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา รายวิชาของโรงเรียน
การนำคะแนน O - Net ไปใช้
· การปฏิบัติตน และสำนึกที่จะทำการบริหารและการสอนให้ดีของผู้บริหารและครูในโรงเรียน
· จะเรียกประชุมครู ดูผลคะแนน O Net ข้อ 1 5
· โรงเรียน เก่งอะไร และอ่อนอะไร (ดูจากค่าสถิติ)
· จะปรับปรุงแผนการสอน เอกสาร สื่อ และวิธีวัดผลต่อไปได้อย่างไร
ตอนที่ 4 การเตรียมตัวสอบ O Net
การเตรียมตัวสอบ O Net
1. การเรียนในโรงเรียน
o นักเรียน
o โรงเรียน
o ครู
o ผู้อำนวยการ
2. การเตรียมตัวสอบ O Net
o ข้อสอบ O Net วัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์
o การเตรียมตัวก่อนเข้าสอบ
3. การทำข้อสอบ
o ตรวจสอบกระดาษคำตอบ
o เซ็นชื่อบนกระดาษคำตอบและใบเซ็นชื่อ
o อ่านคำแนะนำในการทำข้อสอบให้เข้าใจ
o ระบายคำตอบลงในกระดาษคำตอบ
4. การดูผลสอบ
o ใบรายงานผลสอบรายบุคคล
o รายงานผลสอบผ่าน website
ตอนที่ 5 ระเบียบการเข้าห้องสอบ
ระเบียบการเข้าห้องสอบ
1. ไปผิดสนามสอบจะไม่มีสิทธิ์สอบ เนื่องจากแต่ละฉบับมีชื่อของนักเรียนใส่ทุกฉบับ
2. ไม่มีบัตรแสดงตนจะไม่มีสิทธิ์สอบ
3. ไปสายเกิน 30 นาทีจะไม่มีสิทธิ์สอบในวิชานั้น
4. ไม่มีเลขที่นั่งสอบจะไม่มีสิทธิ์สอบ
5. ห้ามนำเครื่องมือและอุปกรณ์สื่อสารเข้าห้องสอบ
6. ให้นั่งสอบจนหมดเวลา ยกเว้น ป.6 ออกจากห้องสอบได้เมื่อสอบผ่านไปแล้ว 60 นาที
อนุญาต ให้นำนาฬิกาเข้าห้องสอบ ต้องเป็นนาฬิกาธรรมดา ที่ใช้ดูเวลาเท่านั้น นักเรียนอย่าพยายามทุจริตในการสอบเด็ดขาด เพราะจะเป็นโทษในภายหลัง ครูอย่าพยายามบอกข้อสอบ หรือทำการทุจริตใดๆ เพื่อให้นักเรียนของตนได้คะแนน เพราะ สทศ. มีระบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตรวจสอบ รูปแบบการตอบ (Pattern) ของนักเรียน ซึ่งสามารถระบุความผิดปกติของการระบายคำตอบของนักเรียนได้
สรุป จากแผนที่ที่แสดงผลการสอบ O Net ป.6 ม.3 ม.6 ปีที่ผ่านมา สทศ. ได้เปลี่ยนรูปแบบของข้อสอบ จึงทำให้มีผลการสอบ O Net ต่ำ
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ผู้เข้าร่วมประชุม ได้มีข้อซักถาม ดังนี้
1. ขอให้เปลี่ยนการทำข้อสอบ ม.6 นักเรียนติดโควตาไม่มีกำลังใจ ไม่ตั้งใจที่จะสอบ O Net
2. นักเรียน ม.3 อยากให้สอบก่อน เพื่อนำผลมาใช้เข้า ม.4
3. วิชาคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ ควบกัน ทำให้เวลาในการทำวิชาคณิตศาสตร์นาน เหลือเวลาทำวิชาภาษาอังกฤษน้อย ผลสอบจึงไม่ดี
4. กรรมการควบคุมนักเรียนทางภาคใต้ พื้นที่เสี่ยงไม่มีใครมาคุมสอบ เด็กน้อย เสนอให้สอบเป็นกลุ่ม
ส.ท.ศ. ได้ตอบคำถาม ดังนี้
1. ข้อสอบมีอยู่ 4 แบบ ได้แก่
o แบบเลือกตอบ ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ถูกหลายตัว
o แบบเลือกหลายคำตอบจากหมวดคำตอบที่ให้ คำตอบที่เลือกต้องเชื่อมโยง
o แบบระบายคำตอบที่เป็นค่าหรือตัวเลข
o แบบอ่านบทความแล้วเลือกคำตอบที่ต้องคิดวิเคราะห์เนื้อหาที่อ่าน
2. นักเรียนชั้น ม.6 การจัดสอบไม่ได้มุ่งเข้ามหาวิทยาลัย ตั้งใจสอบเพื่อจะดูโรงเรียนให้นักเรียนตั้งใจเรียน
3. การสอบ ม.3 ไปเข้าเรียน ม.4 ทำให้เร็วไม่ได้ เนื่องจากนักเรียนมีจำนวนมาก ส.ท.ศ. จะประกาศให้เร็ว ภายในวันที่ 20 มีนาคม
4. การสอบในภาคใต้ พยายามไม่สอบวันศุกร์ หากเป็นเรื่องความปลอดภัยแก้ปัญหาครูต่างถิ่นเข้าไป สามารถใช้ครูโรงเรียนเดิมคุมสอบได้
|
|
| ข่าวการศึกษาจากครูไทยดอทอินโฟร |
|
|
|
|